
ในวิชาภาษาไทย หัวใจสำคัญของการแต่งบทร้อยกรองให้ไพเราะและถูกต้องตามหลักการ คือการทำความเข้าใจ 2 เรื่องหลัก ได้แก่ “คำคล้องจอง” และ “ฉันทลักษณ์”
คำคล้องจอง คืออะไร
คำคล้องจอง (หรือ “สัมผัส”) คือ คำที่มีเสียงสัมผัสกัน ฟังแล้วรื่นหู กลมกลืนไปด้วยกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการแต่งกลอนทุกประเภท
กฎของคำคล้องจอง
คำที่จะคล้องจองกันได้ ต้องมีคุณสมบัติ 2 ข้อนี้เหมือนกัน:
- ประสมด้วย “สระ” เสียงเดียวกัน
- อยู่ใน “มาตราตัวสะกด” เดียวกัน (ถ้ามีตัวสะกด)
ข้อควรระวัง: เสียงวรรณยุกต์ (เอก, โท, ตรี, จัตวา) และพยัญชนะต้น ไม่จำเป็น ต้องเหมือนกัน
ตัวอย่างคำคล้องจอง
- กรณีไม่มีตัวสะกด (แม่ ก กา):
- กา – มา – ขา – ลา (สระอา เหมือนกัน)
- ใจ – ใส – ไห – ใน (สระไอ/ใอ เสียงเหมือนกัน)
- กรณีมีตัวสะกด:
- นก – ตก – พก (สระโอะ + แม่กก)
ฉันทลักษณ์ คืออะไร
ฉันทลักษณ์ คือ “กฎข้อบังคับ” หรือ “แบบแผน” ในการแต่งบทร้อยกรองแต่ละชนิด เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวที่กำหนดว่ากลอนชนิดนั้นๆ ต้องมีหน้าตาเป็นอย่างไร
องค์ประกอบของฉันทลักษณ์
ฉันทลักษณ์ของร้อยกรองแต่ละประเภท (โคลง, ฉันท์, กาพย์, กลอน) จะกำหนดสิ่งเหล่านี้ไว้:
- คณะ: กำหนดว่า 1 บทต้องมีกี่วรรค และ 1 วรรคต้องมีกี่คำ (เช่น กลอนแปด ต้องมี 8-9 คำ)
- สัมผัสบังคับ: กำหนดว่าคำสุดท้ายของวรรคนี้ ต้องไปคล้องจองกับคำไหนของวรรคต่อไป (นี่คือจุดที่ต้องใช้ความรู้เรื่องคำคล้องจอง)
- เสียงวรรณยุกต์: (เฉพาะบางประเภท) เช่น โคลงสี่สุภาพ บังคับตำแหน่งไม้เอก-ไม้โท หรือ กลอนแปด ห้ามใช้เสียงสามัญในวรรคจบ
- คำครุ-ลหุ: (เฉพาะฉันท์) บังคับเสียงหนัก-เบา
ความสัมพันธ์ระหว่าง “คำคล้องจอง” กับ “ฉันทลักษณ์”
ถ้าเปรียบการแต่งกลอนเป็นการสร้างบ้าน:
- ฉันทลักษณ์ คือ โครงสร้างบ้านและเสาเข็ม ที่บอกว่าต้องวางเสาตรงไหน
- คำคล้องจอง คือ วัสดุที่ใช้เชื่อมต่อ ให้โครงสร้างนั้นยึดติดกันอย่างสวยงาม
ในการแต่งคำประพันธ์ เราแบ่งสัมผัส (การคล้องจอง) ออกเป็น 2 ประเภท คือ:
- สัมผัสนอก: เป็น “สัมผัสบังคับ” ตามฉันทลักษณ์ ขาดไม่ได้ ถ้าขาดถือว่าผิดกฎ (ต้องคล้องจองกันระหว่างวรรค)
- สัมผัสใน: เป็น “สัมผัสไม่บังคับ” (สัมผัสแพรวพราว) อยู่ภายในวรรคเดียวกัน ใส่เพื่อเพิ่มความไพเราะของเสียงดนตรีในกลอน
ตัวอย่าง: ฉันทลักษณ์และคำคล้องจองใน “กลอนแปด”
ลองมาดูตัวอย่างจากกลอนแปด (กลอนสุภาพ) ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุด
“แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน”(พระอภัยมณี – สุนทรภู่)
วิเคราะห์ตามหลักการ:
- สัมผัสนอก (บังคับตามฉันทลักษณ์):
- คำว่า “นุษย์” (ท้ายวรรค 1) คล้องจองกับ “สุด” (คำที่ 3 วรรค 2) → สระอุ + แม่กด
- คำว่า “หนด” (ท้ายวรรค 2) คล้องจองกับ “ลด” (ท้ายวรรค 3) → สระโอะ + แม่กด
- คำว่า “ลด” (ท้ายวรรค 3) คล้องจองกับ “คด” (คำที่ 3 วรรค 4) → สระโอะ + แม่กด
- สัมผัสใน (เพื่อความไพเราะ):
- เช่น “ล้ำ – กำ” (สัมผัสสระ), “เกี่ยว – เลี้ยว” (สัมผัสสระ)
