
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเวลาเราชูตบาสเกตบอล เตะฟุตบอล หรือแม้แต่การฉีดน้ำรดน้ำต้นไม้ เส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุเหล่านั้นถึงมีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่ดูสมมาตร? ในทางฟิสิกส์เราเรียกการเคลื่อนที่แบบนี้ว่า “การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไทล์” (Projectile Motion) ครับ
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าเส้นโค้งนี้ให้มากขึ้น ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร และมีสูตรไหนที่ต้องรู้บ้าง
ลักษณะสำคัญของการเคลื่อนที่

การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไทล์ ประกอบด้วยการเคลื่อนที่สองแนวพร้อมกัน คือ แนวระดับ (x) และแนวดิ่ง (y) ในแนวระดับ วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่เพราะไม่มีแรงกระทำ ในขณะที่แนวดิ่งมีแรงโน้มถ่วง g (ประมาณ 9.8 m/s²) ทำให้เกิดการเคลื่อนที่แบบตกแบบเสรี
- วิถีเป็นเส้นโค้งพาราโบลา เนื่องจาก
- เวลาเคลื่อนที่ทั้งสองแนวเท่ากันเสมอ.
- ความเร็วเริ่มต้นในแนวระดับไม่กระทบแนวดิ่ง.
สูตรคำนวณหลัก
แนวระดับ (x)
ความเร็วคงที่ ระยะทาง โดย คือความเร็วเริ่มต้น คือมุมยิง และ คือเวลา.
แนวดิ่ง (y)
ใช้สมการ 4 ข้อของการเคลื่อนที่แบบความเร่งคงที่:
ระยะทางรวม (Range) , สูงสุดที่
ตัวอย่างการประยุกต์
สมมติยิงวัตถุด้วย ที่ จากพื้น:
- เวลาในอากาศ
- ระยะทาง
- สูงสุด
ช่วยนักเรียนเข้าใจการคำนวณจริงในวิชาวิทยาศาสตร์
ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

กีฬา: การชูตบาสเกตบอลลงห่วง, การตีลูกเทนนิส, หรือการยิงธนู
อุตสาหกรรม: การยิงปืนใหญ่ หรือการคำนวณวิถีของจรวดในเบื้องต้น
น้ำพุ: วิถีของสายน้ำที่พุ่งออกมาจากหัวฉีดน้ำพุ ก็เป็นโปรเจกไทล์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด
