
เคยไหมครับเวลาทำข้อสอบภาษาอังกฤษ หรือกำลังอ่านบทความสนุกๆ แล้วดันไปสะดุดกับ “คำศัพท์ยาก” แค่คำเดียวจนทำให้เสียความมั่นใจและแปลไม่ออกไปทั้งประโยค
ความจริงแล้ว เจ้าของภาษาเองก็ไม่ได้รู้ศัพท์ทุกคำบนโลกครับ แต่พวกเขามีทักษะหนึ่งที่เรียกว่า Context Clues (การเดาความหมายจากบริบท) ซึ่งก็คือการทำตัวเป็นนักสืบ สังเกตคำหรือประโยคที่อยู่รอบๆ เพื่อหาเบาะแสว่าคำศัพท์ที่ไม่คุ้นตานั้นน่าจะแปลว่าอะไร
บทความนี้จะมาสรุปเทคนิคการใช้ Context Clues 5 รูปแบบหลัก ที่จำง่ายและเอาไปใช้ห้องสอบหรือในชีวิตประจำวันได้ทันทีครับ
1. เบาะแสจากการให้คำจำกัดความ (Definition Clues)

รูปแบบนี้ใจดีที่สุดครับ เพราะผู้เขียนจะบอกความหมายของคำศัพท์ยากๆ คำนั้นไว้ตรงๆ เลยในประโยคเดียวกัน เพียงแค่เราต้องสังเกต “จุดสังเกต” หรือคำเชื่อมให้เป็น
- คำที่ต้องมองหา: is, are, means, refers to, can be defined as หรือบางครั้งอาจใช้เครื่องหมายวรรคตอน เช่น คอมมา (,) หรือวงเล็บ () คร่อมความหมายเอาไว้
- ตัวอย่าง: A thermometer is an instrument used to measure temperature.
- วิธีเดา: สมมติว่าเราไม่รู้จักคำว่า thermometer แต่เราเห็นคำว่า “is” ตามด้วย “an instrument used to measure temperature” (เครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดอุณหภูมิ) เราก็จะรู้ความหมายได้ทันทีครับ
2. เบาะแสจากการกล่าวซ้ำหรือคำเหมือน (Synonym Clues)
บางครั้งผู้เขียนกลัวเราจะไม่เข้าใจคำยาก เลยใจดีแถมคำศัพท์ง่ายๆ ที่มีความหมายเหมือนกัน (Synonym) มาให้ในประโยคถัดไป หรือเชื่อมด้วยคำว่า “หรือ”
- คำที่ต้องมองหา: or, that is, in other words, similarly
- ตัวอย่าง: The king was furious, or very angry, when he heard the news.
- วิธีเดา: ถ้าแปลคำว่า furious ไม่ออก ให้สังเกตคำว่า “or” (หรือ) ที่ตามด้วยคำว่า “very angry” (โกรธมาก) แสดงว่า furious ก็แปลว่าโกรธจัดนั่นเองครับ
3. เบาะแสจากคำตรงข้ามหรือความขัดแย้ง (Antonym Clues)

เทคนิคนี้คือการพลิกแพลงครับ ประโยคจะให้เบาะแสที่มีความหมาย “ตรงกันข้าม” กับคำศัพท์ที่เราไม่รู้ โดยมักจะมีคำเชื่อมที่แสดงความขัดแย้งให้เราเห็นอย่างชัดเจน
- คำที่ต้องมองหา: but, however, although, on the other hand, unlike, whereas
- ตัวอย่าง: Although the first puzzle was simple, the second one was highly complex.
- วิธีเดา: เราเห็นคำว่า Although (แม้ว่า) ซึ่งแสดงความขัดแย้ง และเรารู้ว่า simple แปลว่าง่าย แสดงว่าคำว่า complex ที่อยู่อีกฝั่งจะต้องแปลว่า “ยาก” หรือ “ซับซ้อน” แน่นอนครับ
4. เบาะแสจากการยกตัวอย่าง (Example Clues)
บางทีคำศัพท์มันเป็นคำนามรวมๆ ที่ดูนามธรรม ผู้เขียนเลยมักจะยกตัวอย่างประกอบมาให้เห็นภาพชัดขึ้น ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้นี่แหละครับคือเบาะแสชั้นดีของเรา
- คำที่ต้องมองหา: for example, for instance, such as, including, like
- ตัวอย่าง: You should avoid consuming beverages such as coffee, tea, and soda before bedtime.
- วิธีเดา: ไม่รู้ว่า beverages แปลว่าอะไร แต่พอมองหลังคำว่า such as (เช่น) เจอคำว่า กาแฟ ชา โซดา เราก็เดาได้ทันทีว่า beverages ต้องแปลว่า “เครื่องดื่ม” ครับ
5. เบาะแสจากความเป็นเหตุเป็นผล (Cause and Effect Clues)

ประโยคภาษาอังกฤษมักจะมีความเป็นเหตุเป็นผลกันอยู่ครับ ถ้าเราแปลประโยคฝั่งที่เป็นสาเหตุได้ เราก็จะเดาคำศัพท์ในฝั่งที่เป็นผลลัพธ์ได้ (หรือในทางกลับกัน)
- คำที่ต้องมองหา: because, so, therefore, consequently, as a result
- ตัวอย่าง: The student was completely exhausted because he stayed up all night studying for the exam.
- วิธีเดา: สาเหตุคือ “อยู่ดึกทั้งคืนเพื่ออ่านหนังสือสอบ” (stayed up all night) ดังนั้นผลลัพธ์คือคำว่า exhausted ก็ควรจะแปลว่า “เหนื่อยล้ามากๆ” หรือ “หมดแรง” ครับ
