สรุปหลักการใช้ Possessive Words: คำแสดงความเป็นเจ้าของในภาษาอังกฤษ (ฉบับเข้าใจง่าย)

แชร์ต่อบทความนี้:

ปัญหาหนึ่งที่คนไทยมักจะสับสนเวลาแต่งประโยคหรือพูดภาษาอังกฤษ คือการเลือกใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive Words) เช่น “my” กับ “mine” หรือ “your” กับ “yours” ว่าสรุปแล้วมันต่างกันอย่างไร และต้องวางไว้ตรงไหนของประโยค?

สาเหตุที่เราสับสนเป็นเพราะในภาษาไทย คำว่า “ของฉัน” หรือ “ของคุณ” ใช้คำเดิมเสมอไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประโยค แต่ในภาษาอังกฤษ รูปแบบของคำจะเปลี่ยนไปตามหน้าที่ทางไวยากรณ์

บทความนี้จะสรุปความแตกต่าง กฎการใช้ และเทคนิคจำง่ายๆ เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ในการสอบ (TOEIC, TGAT) หรือเขียนอีเมลภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและเป็นมืออาชีพครับ

1. Possessive Words คืออะไร

Possessive Words คือ กลุ่มคำที่ใช้บอกว่า “ใครเป็นเจ้าของ” สิ่งของนั้นๆ ซึ่งในภาษาอังกฤษจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักที่มักจะทำให้สับสน ได้แก่:

  1. Possessive Adjective (คำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ)
  2. Possessive Pronoun (คำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ)

แม้ทั้งสองประเภทจะแปลว่า “ของ…” เหมือนกันเป๊ะ แต่วิธีการนำไปวางในประโยคนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

2. Possessive Adjective (ต้องมีคำนามตามหลังเสมอ)

กลุ่มนี้ทำหน้าที่เหมือน “คำคุณศัพท์” (Adjective) คือมีหน้าที่ไปขยายคำนาม ดังนั้น กฎเหล็กคือ: ต้องมีคำนาม (Noun) ตามหลังเสมอ ห้ามอยู่โดดๆ เด็ดขาด

  • คำในกลุ่มนี้: my, your, our, their, his, her, its
  • โครงสร้าง: Possessive Adjective + Noun

ตัวอย่างการใช้:

  • This is my car. (นี่คือรถของฉัน)
  • Where is your book? (หนังสือของคุณอยู่ไหน?)
  • Her phone is broken. (โทรศัพท์ของเธอพัง)

เทคนิคจำ: จำไว้ว่ามันคือ “ส่วนขยาย” ถ้าพูดแค่ว่า “my…” ฝรั่งจะงงว่า “ของฉัน… แล้วอะไรล่ะของฉัน?” จึงต้องเติมคำนามต่อท้ายเสมอ

3. Possessive Pronoun (ยืนเดี่ยวได้เลย ไม่ต้องมีนามตามหลัง)

กลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็น “คำสรรพนาม” (Pronoun) คือใช้เรียกแทนสิ่งของที่เรารู้กันอยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงอะไร กฎเหล็กคือ: ห้ามมีคำนามตามหลัง เพราะตัวมันเองทำหน้าที่แทนคำนามไปแล้ว

  • คำในกลุ่มนี้: mine, yours, ours, theirs, his, hers, its
  • โครงสร้าง: วางเดี่ยวๆ ได้เลย มักอยู่ท้ายประโยค หรือเป็นประธานของประโยคก็ได้

ตัวอย่างการใช้:

  • This car is mine. (รถคันนี้เป็นของฉัน — ไม่ใช้ mine car)
  • My book is here, but yours is on the table. (หนังสือของฉันอยู่นี่ แต่ “ของคุณ” อยู่บนโต๊ะ — yours ในที่นี้แทน your book)
  • The blue shirt is hers. (เสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวนั้นเป็นของเธอ)

4. กฎพิเศษที่พบบ่อย (Apostrophe ‘s)

นอกจากคำสรรพนามที่เราใช้กันบ่อยๆ แล้ว หากเราต้องการระบุชื่อคนที่เป็นเจ้าของโดยตรง เราจะใช้การเติม ‘s ต่อท้ายชื่อคำนามนั้นๆ เรียกว่า Possessive Noun

กฎการใช้:

  • นามทั่วไป / ชื่อคน (เอกพจน์): เติม 's ได้เลย
    • John’s laptop (แล็ปท็อปของจอห์น)
    • The cat’s tail (หางของแมว)
  • นามพหูพจน์ที่เติม s อยู่แล้ว: เติมแค่ ' (Apostrophe) อย่างเดียว
    • The students’ grades (เกรดของนักเรียนหลายคน)
    • My parents’ house (บ้านของพ่อแม่)

ตารางสรุปเพื่อการจดจำ (Cheat Sheet)

ตารางนี้เปรียบเทียบคำสรรพนามให้เห็นภาพรวม เพื่อการท่องจำและการนำไปใช้งานที่ถูกต้องครับ

ประธาน (Subject)ต้องมีคำนามตามหลัง (Adjective)ยืนเดี่ยวได้เลย (Pronoun)ความหมาย
Imymineของฉัน
Youyouryoursของคุณ
Weouroursของพวกเรา
Theytheirtheirsของพวกเขา
Hehishisของเขา (ผู้ชาย)
Sheherhersของเธอ (ผู้หญิง)
Ititsitsของมัน (สัตว์/สิ่งของ)

เรียนพิเศษ อนุบาล – มัธยม
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ปั้นดินเกาหลี
ท็อปวัน ด้วยประสบการณ์ทางด้านการศึกษามากกว่า 30 ปี
รายละเอียดเพิ่มเติม ค้นหาสาขาของเรา


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *