สรุป Tense ทั้ง 12 ในภาษาอังกฤษ

หมวดหมู่

แชร์ต่อบทความนี้:

ภาษาอังกฤษมี Tense ทั้งหมด 12 Tense แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามช่วงเวลา ดังนี้

1. กลุ่ม Present Tense (ปัจจุบัน)

  • Present Simple: ใช้บอกเหตุการณ์ทั่วไปหรือความจริงที่เป็นนิสัย
    • โครงสร้างประโยค: S + V1 (ไม่มี -s, -es, -ed)
    • ตัวอย่าง: I go to school every day. (ฉันไปโรงเรียนทุกวัน)
  • Present Continuous: ใช้บอกเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนั้น
    • โครงสร้างประโยค: S + am/is/are + Ving
    • ตัวอย่าง: I am watching a movie now. (ฉันกำลังดูหนังอยู่ตอนนี้)
  • Present Perfect: ใช้บอกเหตุการณ์ที่เริ่มต้นในอดีตและยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปัจจุบัน หรือเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน
    • โครงสร้างประโยค: S + have/has + V3
    • ตัวอย่าง: I have lived in Thailand for 5 years. (ฉันอาศัยอยู่ในประเทศไทยมา 5 ปีแล้ว)
  • Present Perfect Continuous: ใช้บอกเหตุการณ์ที่เริ่มต้นในอดีตและยังคงดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เน้นช่วงเวลาที่ดำเนินการ
    • โครงสร้างประโยค: S + have/has been + Ving
    • ตัวอย่าง: I have been working on this project for 2 hours. (ฉันทำงานในโครงการนี้มา 2 ชั่วโมงแล้ว)

2. กลุ่ม Past Tense (อดีต)

  • Past Simple: ใช้บอกเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นลงในอดีต
    • โครงสร้างประโยค: S + V2 (บวก -ed, -ied, -t)
    • ตัวอย่าง: I went to the beach yesterday. (ฉันไปชายหาดเมื่อวานนี้)
  • Past Continuous: ใช้บอกเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนั้นในอดีต
    • โครงสร้างประโยค: S + was/were + Ving
    • ตัวอย่าง: I was cooking dinner when you called. (ฉันกำลังทำอาหารเย็นตอนที่คุณโทรมา)
  • Past Perfect: ใช้บอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์อื่นในอดีต
    • โครงสร้างประโยค: S + had + V3
    • ตัวอย่าง: I had already finished my homework before you arrived. (ฉันทำการบ้านเสร็จแล้วก่อนที่คุณจะมาถึง)
  • Past Perfect Continuous: ใช้บอกเหตุการณ์ที่เริ่มต้นก่อนเหตุการณ์อื่นในอดีต และยังคงดำเนินการต่อเนื่องจนถึงเหตุการณ์นั้น
    • โครงสร้างประโยค: S + had been + Ving
    • ตัวอย่าง: I had been studying for an hour before the exam. (ฉันอ่านหนังสือมา 1 ชั่วโมงก่อนสอบ)

3. กลุ่ม Future Tense (อนาคต)

  • Future Simple: ใช้บอกเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
    • โครงสร้างประโยค: S + will + V1
    • ตัวอย่าง: I will go to the store tomorrow. (ฉันจะไปที่ร้านค้าพรุ่งนี้)
  • Future Continuous: ใช้บอกเหตุการณ์ที่คาดว่าจะกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนั้นในอนาคต
    • โครงสร้างประโยค: S + will be + Ving
    • ตัวอย่าง: I will be working at 9:00 tomorrow morning. (ฉันจะทำงานตอน 9 โมงเช้าพรุ่งนี้)
  • Future Perfect: ใช้บอกเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นลงก่อนเหตุการณ์อื่นในอนาคต
    • โครงสร้างประโยค: S + will have + V3
    • ตัวอย่าง: I will have finished my work by 5:00. (ฉันจะทำงานเสร็จภายใน 5 โมงเย็น)
  • Future Perfect Continuous: ใช้บอกเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเริ่มต้นก่อนเหตุการณ์อื่นในอนาคต และยังคงดำเนินการต่อเนื่องจนถึงเหตุการณ์นั้น
    • โครงสร้างประโยค: S + will have been + Ving
    • ตัวอย่าง: I will have been working on this project for 8 hours by then. (ฉันจะทำงานในโครงการนี้มา 8 ชั่วโมงแล้ว)

เรียนพิเศษ อนุบาล – มัธยม
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ปั้นดินเกาหลี
ท็อปวัน ด้วยประสบการณ์ทางด้านการศึกษามากกว่า 30 ปี
รายละเอียดเพิ่มเติม ค้นหาสาขาของเรา