ภาษาพูดและภาษาเขียน ต่างกันอย่างไร? สรุปฉบับเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่าง

แชร์ต่อบทความนี้:

ในวิชาภาษาไทย เรื่อง “ระดับภาษา” โดยเฉพาะการแยกแยะระหว่าง ภาษาพูด และ ภาษาเขียน ถือเป็นหัวข้อสำคัญที่มักออกข้อสอบบ่อยครั้ง (ทั้ง O-NET และ A-Level) และยังเป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตจริง เพราะการเลือกใช้คำให้ถูกกับกาลเทศะและบุคคล จะช่วยให้การสื่อสารของเรามีประสิทธิภาพและดูเป็นมืออาชีพ

1. ภาษาพูด คืออะไร?

Image by tirachardz on Freepik

ภาษาพูด หรือที่บางครั้งเรียกว่า “ภาษาปาก” คือภาษาที่เราใช้สื่อสารกันด้วยวาจาในชีวิตประจำวัน มักใช้กับคนสนิท เพื่อนฝูง หรือในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ

ลักษณะเด่นของภาษาพูด:

  • เน้นความเป็นกันเอง: มุ่งเน้นความเข้าใจที่รวดเร็ว ไม่เคร่งครัดเรื่องไวยากรณ์
  • มีหางเสียงและคำลงท้าย: มักมีคำว่า ครับ, ค่ะ, จ้ะ, นะ, สิ, หรอก เพื่อแสดงอารมณ์หรือความสุภาพ
  • ใช้คำสั้น/คำย่อ: มักตัดคำให้สั้นลงเพื่อความสะดวกปาก (เช่น “มหาลัย” แทน “มหาวิทยาลัย”)
  • อาจมีคำแสลงหรือคำภาษาถิ่นปนอยู่: ขึ้นอยู่กับคู่สนทนา

2. ภาษาเขียน คืออะไร?

Image by freepik

ภาษาเขียน หรือ “ภาษาแบบแผน/ภาษาราชการ” คือภาษาที่ใช้ในการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร หรือใช้พูดในโอกาสที่เป็นทางการ เช่น การกล่าวสุนทรพจน์, การเขียนเรียงความ, ข่าว, หรือหนังสือราชการ

ลักษณะเด่นของภาษาเขียน:

  • เคร่งครัดไวยากรณ์: เรียงรูปประโยคสมบูรณ์ (ประธาน-กริยา-กรรม) ชัดเจน
  • ใช้คำสุภาพและเป็นทางการ: หลีกเลี่ยงคำหยาบ คำสแลง หรือคำย่อ
  • ไม่มีหางเสียง: จะไม่มีคำว่า ครับ, ค่ะ, จ๊ะ, จ๋า ปรากฏในประโยค
  • มีความกระชับและสละสลวย: สื่อความหมายตรงไปตรงมา ไม่เยิ่นเย้อ

ตารางเปรียบเทียบ: ตัวอย่างคำภาษาพูด vs ภาษาเขียน

วิธีที่ง่ายที่สุดในการเข้าใจคือการดูตัวอย่างการใช้คำที่มีความหมายเดียวกัน แต่ใช้ต่างวาระกัน

หมวดหมู่ภาษาพูด (ไม่เป็นทางการ)ภาษาเขียน (เป็นทางการ)
คำกริยากินรับประทาน
อ้วก / รากอาเจียน
ตายถึงแก่กรรม / เสียชีวิต
ท้อง / มีลูกตั้งครรภ์
อยากได้ / อยากต้องการ / ประสงค์
ช่วย / ช่วยหน่อยอนุเคราะห์
คำนาม (สัตว์/สิ่งของ)หมาสุนัข
หมูสุกร
วัว / ควายโค / กระบือ
รถเมล์รถโดยสารประจำทาง
มอเตอร์ไซค์รถจักรยานยนต์
หนังภาพยนตร์
ใบขับขี่ใบอนุญาตขับรถ
คำเชื่อม/คำขยายเยอะแยะมากมาย
ไง / ยังไงอย่างไร
โคตร / มากๆมากที่สุด / ยิ่ง
เกือบเกือบจะ / แทบจะ
เดี๋ยวสักครู่

จุดสังเกตสำคัญ: วิธีเปลี่ยนภาษาพูดเป็นภาษาเขียน

หากเราต้องการเขียนงานวิชาการ หรือเขียนอีเมลสมัครงาน เราต้องรู้จักแปลงภาษาพูดให้เป็นภาษาเขียน โดยสังเกตจุดเหล่านี้:

  1. เปลี่ยนคำกริยาพื้นบ้านให้เป็นคำสุภาพ: เช่น เปลี่ยน “ไปหาหมอ” เป็น “ไปพบแพทย์”
  2. เลิกใช้คำย่อ: เขียนคำเต็มเสมอ เช่น “กทม.” ให้เขียนว่า “กรุงเทพมหานคร”, “ร.ร.” ให้เขียนว่า “โรงเรียน” (ยกเว้นในกรณีที่เป็นการบันทึกย่อ)
  3. ตัดคำขยายที่ไม่จำเป็น: ภาษาพูดมักมีคำขยายเวิ่นเว้อ เช่น “แดงแจ๋”, “เร็วปรื๋อ” ในภาษาเขียนจะใช้เพียง “แดงเข้ม” หรือ “เร็วมาก”
  4. ระวัง “อาการนาม” (การ/ความ): ภาษาพูดมักใช้ผิด เช่น “ทำการเดิน” (ผิด) ภาษาเขียนควรใช้ “เดิน” (ถูก) ให้กระชับ

เรียนพิเศษ อนุบาล – มัธยม
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ปั้นดินเกาหลี
ท็อปวัน ด้วยประสบการณ์ทางด้านการศึกษามากกว่า 30 ปี
รายละเอียดเพิ่มเติม ค้นหาสาขาของเรา


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *