
ในภาษาอังกฤษ การจะพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตหรือสร้างประโยคที่ซับซ้อนขึ้น เราจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปของคำกริยา ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ กริยาปกติ (Regular Verbs) ที่เพียงแค่เติม -ed ต่อท้าย และ กริยาอปกติ (Irregular Verbs) หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า “กริยา 3 ช่อง” ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรูปไปโดยสิ้นเชิงและจำเป็นต้องอาศัยการจดจำ
ความหมายและการใช้งานของแต่ละช่อง

กริยา 3 ช่อง คือ รูปแบบของคำกริยาที่ผันไปตามกาล (Tense) และโครงสร้างประโยค (Voice) ซึ่งแต่ละช่องมีความหมายและหน้าที่แตกต่างกันดังนี้
1. ช่องที่ 1: Base Form / Infinitive (รูปปกติ)
- คืออะไร: เป็นรูปดั้งเดิมของคำกริยาที่ยังไม่ผ่านการเปลี่ยนแปลงใดๆ
- ใช้เมื่อไหร่:
- Present Simple Tense: เมื่อประธานเป็น I, You, We, They หรือเป็นพหูพจน์ (เช่น “They go to the market.”)
- ตามหลังกริยาช่วย (Modal Verbs): เช่น can, could, will, would, must, should (เช่น “You should do your homework.”)
- ประโยคคำสั่ง: (เช่น “Come here.”)
2. ช่องที่ 2: Past Simple (รูปอดีต)
- คืออะไร: เป็นรูปที่ใช้บ่งบอกถึงเหตุการณ์ในอดีตโดยเฉพาะ
- ใช้เมื่อไหร่:
- Past Simple Tense: เพื่อเล่าถึงการกระทำที่เกิดขึ้นและจบลงแล้วในอดีต โดยมักมีคำบอกเวลากำกับ เช่น yesterday, last week, in 1999
- ตัวอย่าง: “She went to the market yesterday.”
3. ช่องที่ 3: Past Participle (รูปอดีตสมบูรณ์)
- คืออะไร: เป็นรูปกริยาที่ต้องใช้ร่วมกับกริยาช่วยเสมอ ไม่สามารถใช้เดี่ยวๆ ในประโยคได้
- ใช้เมื่อไหร่:
- Perfect Tenses: ใช้ร่วมกับ have, has, had เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงระหว่างช่วงเวลา
- Present Perfect: “I have done my homework.” (ฉันทำการบ้านเสร็จแล้ว – ส่งผลถึงปัจจุบัน)
- Past Perfect: “The train had gone when I arrived.” (รถไฟออกไปแล้วก่อนที่ฉันจะไปถึง)
- Passive Voice (ประโยคที่ประธานถูกกระทำ): ใช้ร่วมกับ Verb to be (is, am, are, was, were)
- ตัวอย่าง: “This letter was written by him.” (จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนโดยเขา)
- Perfect Tenses: ใช้ร่วมกับ have, has, had เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงระหว่างช่วงเวลา
ตัวอย่างกริยา 3 ช่องที่ใช้บ่อย
การเรียนรู้กริยา 3 ช่องอาศัยการจดจำและฝึกใช้บ่อยๆ นี่คือตัวอย่างที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน:
| ช่อง 1 (Base Form) | ช่อง 2 (Past Simple) | ช่อง 3 (Past Participle) | ความหมาย |
| be (is, am, are) | was, were | been | เป็น, อยู่, คือ |
| go | went | gone | ไป |
| do | did | done | ทำ |
| have | had | had | มี |
| eat | ate | eaten | กิน |
| see | saw | seen | เห็น |
| take | took | taken | เอาไป, พาไป |
| get | got | gotten / got | ได้รับ |
| make | made | made | ทำ, สร้าง |
| know | knew | known | รู้, รู้จัก |
| think | thought | thought | คิด |
| come | came | come | มา |
| find | found | found | พบ, หาเจอ |
| say | said | said | พูด |
| write | wrote | written | เขียน |
| read | read | read | อ่าน |
ข้อสังเกต: คำว่า read แม้จะเขียนเหมือนกันทั้ง 3 ช่อง แต่ช่องที่ 2 และ 3 จะออกเสียงว่า “เรด”
