
เคยสงสัยไหมครับ ว่าทำไมเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่ว่าจะไปญี่ปุ่น เยอรมนี หรือเวียดนาม ถ้าเราพูดภาษาท้องถิ่นไม่ได้ ภาษาแรกที่เราจะงัดมาใช้เพื่อเอาตัวรอดก็คือ “ภาษาอังกฤษ”
ปัจจุบันมีคนพูดภาษาอังกฤษได้กว่า 1.5 พันล้านคน ทั่วโลก (ทั้งเจ้าของภาษาและคนที่เรียนเป็นภาษาที่สอง) คำถามคือ… ทำไมต้องเป็นภาษาอังกฤษ ทำไมไม่ใช่ภาษาจีนที่มีคนพูดเยอะที่สุด หรือภาษาฝรั่งเศสที่เคยหรูหราที่สุดในอดีต
บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยประวัติศาสตร์และอิทธิพลทางเศรษฐกิจ ที่ผลักดันให้ภาษาอังกฤษกลายเป็น “ภาษากลางของโลก” (Lingua Franca) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รากฐานจาก “จักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน”
จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของภาษาอังกฤษ ไม่ได้เริ่มที่อเมริกา แต่เริ่มที่ เกาะอังกฤษ (British Empire) ในยุคล่าอาณานิคม
- การขยายดินแดน: ในช่วงศตวรรษที่ 18-19 อังกฤษเป็นมหาอำนาจทางทะเลที่ยึดครองพื้นที่ถึง 1 ใน 4 ของโลก ตั้งแต่อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย อินเดีย ไปจนถึงแอฟริกา
- การบังคับใช้ภาษา: เมื่ออังกฤษไปปกครองที่ไหน ก็จะนำระบบการศึกษา กฎหมาย และการค้าขายที่เป็นภาษาอังกฤษไปใช้ที่นั่น ทำให้ชนชั้นนำในประเทศเหล่านั้นจำเป็นต้องรู้ภาษาอังกฤษเพื่อความก้าวหน้า
การรับไม้ต่อของ “สหรัฐอเมริกา” (มหาอำนาจหลังสงคราม)

หลังจากจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุโรบบอบช้ำหนัก อเมริกาผงาดขึ้นมาเป็น มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก
- การค้าโลก: ใครอยากค้าขายกับประเทศที่รวยที่สุด ก็ต้องพูดภาษาอังกฤษ
- แผนมาร์แชล (Marshall Plan): การที่อเมริกาเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูยุโรปและประเทศต่างๆ ทำให้ภาษาอังกฤษเข้าไปมีบทบาทในการเมืองระหว่างประเทศแทนที่ภาษาฝรั่งเศส
อิทธิพลของสื่อบันเทิง (Soft Power)

คุณฟังเพลงอะไร ดูหนังจากที่ไหน คำตอบส่วนใหญ่คือ Hollywood และเพลงป๊อปสากล
- วัฒนธรรม Pop Culture: ภาพยนตร์, เพลง Rock & Roll, Jazz จนถึงซีรีส์ Netflix ในปัจจุบัน ล้วนส่งตรงมาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ
- ความเท่และความทันสมัย: สื่อเหล่านี้สร้างภาพจำว่า ภาษาอังกฤษคือภาษาของความทันสมัย วัยรุ่นทั่วโลกจึงอยากเรียนรู้เพื่อจะเสพสื่อเหล่านี้ได้รู้เรื่อง
ภาษาแห่งเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต
- กำเนิดอินเทอร์เน็ต: ผู้คิดค้นและพัฒนาอินเทอร์เน็ต (World Wide Web) และคอมพิวเตอร์ยุคแรก ส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันและอังกฤษ
- ภาษาคอมพิวเตอร์: โค้ดโปรแกรมต่างๆ (Python, Java, HTML) เขียนด้วยภาษาอังกฤษ
- คลังความรู้: ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตกว่า 50-60% ถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษ
ภาษาของวิทยาศาสตร์และการบิน
Getty Images
- วงการวิทยาศาสตร์: หากนักวิจัยชาวไทยค้นพบยารักษาโรค แล้วเขียนบทความเป็นภาษาไทย โลกอาจไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษ งานวิจัยนั้นจะถูกอ่านโดยนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก
- การบินและการเดินเรือ: องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) กำหนดให้ ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสาร ระหว่างนักบินและหอควบคุมการบิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ภาษาคือใบเบิกทาง
การรู้ภาษาอังกฤษในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเรียนหนังสือ แต่คือการ “ติดอาวุธ” ให้ตัวคุณเองสามารถเข้าถึงโอกาส ความรู้ และการเชื่อมต่อกับผู้คนได้ทั่วโลกครับ

ใส่ความเห็น